← All insightsทรัมป์ชู AI ใหญ่กว่าอินเทอร์เน็ต พร้อมเคาวดาวจ์นิวไฮ 81 ครั้ง

News · แปลอัตโนมัติ

ทรัมป์ชู AI ใหญ่กว่าอินเทอร์เน็ต พร้อมเคาวดาวจ์นิวไฮ 81 ครั้ง

ประธานาธิบดีทรัมป์ระบุ AI ใหญ่กว่าอินเทอร์เน็ต ตลาดหุ้นสหรัฐทำสถิติใหม่ 81 ครั้ง และโต้ว่าการเติบโตไม่จำเป็นต้องทำให้เงินเฟ้อสูงขึ้น

ประธานาธิบดี Donald Trump ให้สัมภาษณ์กับสื่อหลายช่องทางเกี่ยวกับมุมมองต่อ AI boom สถิติตลาดหุ้นสหรัฐ และประเด็นเงินเฟ้อ โดยรวมแล้วเป็นการส่งสัญญาณ (สัญญาณ) เชิงบวกต่อกลุ่มเทคโนโลยีและตลาดหุ้นสหรัฐในวงกว้าง แม้จะยังมีจุดที่นักลงทุนต้องชั่งน้ำหนัก

AI ใหญ่กว่าอินเทอร์เน็ต สหรัฐนำแซงหน้า

ทรัมป์ระบุว่า AI boom นั้น "ใหญ่กว่าอินเทอร์เน็ต" และอ้างตัวเลขสนับสนุน พร้อมระบุว่าสหรัฐอยู่อันดับ 1 อย่างชัดเจนในการแข่งขัน AI ในขณะนี้ มุมมองนี้สอดคล้องกับกระแสการลงทุนในหุ้นเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ที่ยังเป็นโมเมนตัม (โมเมนตัม) หลักของตลาดหุ้นสหรัฐ หากนโยบายภาครัฐสนับสนุนการพัฒนา AI อย่างต่อเนื่อง กลุ่มที่เกี่ยวข้องอาจได้รับประโยชน์ในระยะกลางถึงยาว

ตลาดหุ้นสหรัฐทำสถิติใหม่ 81 ครั้ง

ทรัมป์ชี้ว่าตลาดหุ้นสหรัฐอยู่ที่จุดสูงสุดตลอดกาล โดยทำสถิติใหม่ 81 ครั้งในช่วงเวลาที่เขาอ้างถึง และกล่าวว่าไม่เคยมีใครเห็นแบบนี้มาก่อน ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนความแข็งแกร่งของตลาดหุ้นสหรัฐที่ขับเคลื่อนด้วยกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ อย่างไรก็ตาม การประเมินมูลค่า (การประเมินมูลค่า) ของหุ้นในกลุ่มนี้อยู่ในระดับสูง ซึ่งเป็นปัจจัยที่นักลงทุนต้องติดตาม

โต้เงินเฟ้อ ว่าการเติบโตเป็นเรื่องดี

ทรัมป์วิจารณ์ว่าหลายฝ่ายมี "phobia" เกี่ยวกับเงินเฟ้อ และโต้ว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจสามารถเป็นผลดีต่อเงินเฟ้อได้ มุมมองนี้แตกต่างจากมุมมองรวมของนักวิเคราะห์ (มุมมองรวมของนักวิเคราะห์) ที่มักมองว่าการเติบโตเร็วเกินไปอาจกดดันให้ Fed รักษาอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับสูง หากมุมมองของทรัมป์สะท้อนถึงทิศทางนโยบาย อาจหมายถึงแรงกดดันต่อ Fed ให้ไม่เร่งเพิ่มอัตราดอกเบี้ย แม้ตัวเลขเงินเฟ้อจะยังอยู่เหนือเป้าหมาย

ประเด็นผลประโยชน์ทับซ้อนและสิ่งที่ต้องจับตา

เมื่อถูกถามเรื่องการผลประโยชน์จากตลาดหุ้นและคริปโตฯ ระหว่างดำรงตำแหน่ง ทรัมป์ระบุว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับการบริหารธุรกิจส่วนตัว โดยให้บุตรดูแลแทน ประเด็นนี้อาจเป็นจุดที่นักลงทุนและผู้สังเกตการณ์ติดตามในแง่ความโปร่งใสของนโยบายที่อาจส่งผลต่อตลาด

สิ่งที่ต้องจับตาในระยะถัดไปคือทิศทางนโยบาย AI ของสหรัฐ ตัวเลขเงินเฟ้อที่จะประกาศ และท่าทีของ Fed ว่าจะตอบสนองต่อการเติบโตและเงินเฟ้ออย่างไร ซึ่งจะเป็นปัจจัยหลักที่กำหนดสภาวะตลาด (สภาวะตลาด) ของตลาดหุ้นสหรัฐต่อไป

เรียบเรียงอัตโนมัติจากหลายโพสต์: @TrendSpider, @TrendSpider, @TrendSpider — ความเห็นประกอบ ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน