
Research · แปลอัตโนมัติ
นักลงทุนรายย่อยซื้อหุ้นสหรัฐลดลง ต่ำสุดตั้งแต่ปี 2020
นักลงทุนรายย่อยซื้อสุทธิหุ้นสหรัฐเพียง +13 พันล้านดอลลาร์ในช่วงเดือนที่ผ่านมา ต่ำสุดตั้งแต่ปี 2020 ขณะที่ยอดเทิร์นโอเวอร์พุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 500 พันล้านดอลลาร์
ข้อมูลจาก VandaTrack ระบุว่านักลงทุนรายย่อยซื้อสุทธิหุ้นสหรัฐเพียง +13.0 พันล้านดอลลาร์ในช่วงเดือนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดตั้งแต่ปี 2020 สะท้อนว่ากิจกรรมการลงทุนของรายย่อยในตลาดหุ้นสหรัฐกำลังชะลอตัวลงอย่างชัดเจน
ยอดซื้อสุทธิลดลง 58% ตั้งแต่ต้นปี 2026
ยอดซื้อสุทธิรายเดือนของนักลงทุนรายย่อยลดลงไปถึง -18.0 พันล้านดอลลาร์ หรือ -58% นับจากต้นปี 2026 ที่น่าสังเกตคือการซื้อสุทธิหุ้นรายตัว (single stocks) ลดลงถึง -8.0 พันล้านดอลลาร์ หรือ -71% เหลือเพียง 3.2 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ไตรมาสแรกของปี 2020
เทิร์นโอเวอร์พุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์
แม้ยอดซื้อสุทธิจะลดลง แต่มูลค่าการซื้อขายรวม (total retail turnover) กลับพุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 500 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่านับตั้งแต่กลางปี 2024 ปรากฏการณ์นี้เกิดจากการที่นักลงทุนรายย่อยเริ่มขายหุ้นในปริมาณที่ใกล้เคียงกับการซื้อ ทำให้ยอดซื้อสุทธิถูกบีบให้เล็กลงแม้ยอดเทิร์นโอเวอร์จะสูงขึ้น
สัญญาณที่ควรจับตา
การที่ยอดเทิร์นโอเวอร์สูงขึ้นแต่ยอดซื้อสุทธิลดลง บ่งชี้ว่าพฤติกรรมของนักลงทุนรายย่อยกำลังเปลี่ยนแปลง จากการเป็นฝั่งซื้อสะสมไปสู่การเทรดเข้า-ออกถี่ขึ้น ซึ่งอาจสะท้อนทัศนคติที่ระมัดระวังมากขึ้นในตลาดหุ้นสหรัฐ ปัจจัยที่ควรติดตามต่อไปคือว่ายอดซื้อสุทธิจะฟื้นตัวกลับขึ้นมาหรือไม่ และการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมนี้จะส่งผลต่อสภาพคล่องของตลาดอย่างไรในช่วงข้างหน้า
เรียบเรียง/แปลอัตโนมัติจากโพสต์ของ @KobeissiLetter — ความเห็นประกอบ ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน
Commentary, not investment advice.