← All insightsความผันผวนซ่อนในตลาดหุ้นสหรัฐ กับความเสี่ยงของนักลงทุนรายย่อย

Macro · แปลอัตโนมัติ

ความผันผวนซ่อนในตลาดหุ้นสหรัฐ กับความเสี่ยงของนักลงทุนรายย่อย

ตลาดหุ้นสหรัฐเผชิญความผันผวนสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2000 ขณะที่นักลงทุนรายย่อยแห่ซื้อ Call Options หุ้น Big Tech ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ สัญญาณเตือนความเสี่ยงที่ซ่อนอยู่

ตลาดหุ้นสหรัฐกำลังเผชิญกับความผันผวนระดับสูงที่ซ่อนอยู่ภายใต้ภาพรวมของดัชนี S&P 500 ที่ดูนิ่ง ข้อมูลจาก @KobeissiLetter ชี้ให้เห็นถึงสัญญาณเตือนที่น่าสนใจสองประการที่นักลงทุนไม่ควรมองข้าม

ความผันผวนที่ซ่อนเร้นใน S&P 500

ช่องว่างผลตอบแทนระหว่างกลุ่มอุตสาหกรรม (sector) ที่ดีที่สุดและแย่ที่สุดใน S&P 500 เกิน 10% ถึง 8 สัปดาห์แล้วในปี 2026 ซึ่งเป็นจำนวนสูงสุดนับตั้งแต่ช่วงวิกฤตโควิด-19 ในปี 2020 โดยครึ่งหนึ่งของเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นตั้งแต่ปลายเดือนพฤษภาคม แม้ว่าดัชนี S&P 500 จะแทบไม่เปลี่ยนแปลงก็ตาม

ที่น่าสนใจคือ สถิติที่ระดับนี้เคยเกิดขึ้นเพียง 3 ครั้งในช่วงเวลาเดียวกันของปี ได้แก่ ปี 2000, 2001 และ 2009 ซึ่งล้วนเป็นช่วงที่ตลาดมีความเครียดรุนแรง (severe market stress) โดยสถิติสูงสุดตลอดทั้งปีคือ 21 สัปดาห์ในปี 2000 และ 15 สัปดาห์ในช่วงวิกฤตการเงินปี 2008

นักลงทุนรายย่อยเทขาลงใน Big Tech

ในอีกด้านหนึ่ง ความอยากรับความเสี่ยง (risk appetite) ของนักลงทุนรายย่อยกลับพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ โดยสัดส่วน Call Options (สิทธิซื้อ) บนหุ้น Big Tech ของสหรัฐ คิดเป็นประมาณ 55% ของสถานะ Options ใหม่ทั้งหมดที่เปิดโดยนักลงทุนรายย่อย โดยเฉลี่ย 20 วัน ซึ่งใกล้เคียงระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์

ตัวเลขนี้เพิ่มขึ้นถึง 10% นับตั้งแต่จุดต่ำสุดของตลาดในปลายเดือนมีนาคม ซึ่งสูงกว่าช่วงฟื้นตัวจากโควิด-19 ในปี 2020 ที่เคยทำไว้ที่ 57% และต่ำสุดที่ 35% ในช่วงตลาดหมีปี 2022 สะท้อนว่านักลงทุนรายย่อยกำลังวางตำแหน่งพอร์ตเพื่อรับการปรับตัวขึ้นของหุ้นเทคโนโลยี

มุมมองต่อความเสี่ยง

การที่ตลาดมีความผันผวนสูงในระดับลึก (dispersion) ขณะที่นักลงทุนรายย่อยกลับเพิ่มความเสี่ยงในหุ้น Big Tech อย่างมาก อาจเป็นสัญญาณเตือนถึงความเปราะบางของตลาด โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาว่าสถิติความผันผวนที่คล้ายกันนี้เคยเกิดขึ้นในช่วงวิกฤตสำคัญในอดีต

นักลงทุนควรติดตามการหมุนของกลุ่มอุตสาหกรรม (sector rotation) และพฤติกรรมของนักลงทุนรายย่อยอย่างใกล้ชิด เนื่องจากสถานะที่คนแห่กันถือ (crowded trade) ใน Big Tech อาจเผชิญความเสี่ยงหากตลาดเปลี่ยนทิศทาง

เรียบเรียงอัตโนมัติจากหลายโพสต์: @KobeissiLetter, @KobeissiLetter — ความเห็นประกอบ ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน