
Macro · แปลอัตโนมัติ
เฮดจ์ฟันด์เทขายหุ้นเทคฯ หนักสุด ETF เลเวอเรจหด 1 แสนล้าน
เฮดจ์ฟันด์ขายหุ้นเทคโนโลยีทั่วโลก 3 วันหนักสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ ETF เลเวอเรจในสหรัฐฯ หดตัวลง 1 แสนล้านดอลลาร์ สะท้อนการลดความเสี่ยงครั้งใหญ่
ตลาดการเงินสหรัฐฯ กำลังเผชิญกับคลื่นการลดเลเวอเรจ (Leverage) ครั้งใหญ่ หลังข้อมูลล่าสุดจาก Kobeissi Letter ระบุว่า มูลค่าเชิงสัญญาของ ETF ขนาดใหญ่ 200 อันดับแรกในสหรัฐฯ ลดลงถึง 1 แสนล้านดอลลาร์ หรือราว 20% ในช่วงเดือนที่ผ่านมา มาอยู่ที่ระดับประมาณ 4 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ขณะเดียวกัน เฮดจ์ฟันด์ก็เทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีทั่วโลกในปริมาณมากที่สุดเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่ปี 2016 ในช่วง 3 วันสิ้นสุดวันที่ 28 กรกฎาคม
การลดความเสี่ยงครั้งใหญ่ในตลาด ETF
ตัวเลขมูลค่าเชิงสัญญา (Notional Value) ของ ETF สะท้อนถึงปริมาณการเปิดรับความเสี่ยงทั้งหมดที่ ETF เหล่านั้นสร้างให้กับตลาด รวมถึงผลของเลเวอเรจด้วย ตัวอย่างเช่น ETF แบบเลเวอเรจ 2 เท่า ที่มีสินทรัพย์ 1 แสนล้านดอลลาร์ จะให้มูลค่าเชิงสัญญา 2 แสนล้านดอลลาร์ การลดลงครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่มูลค่าเชิงสัญญาพุ่งขึ้น 2 แสนล้านดอลลาร์ หรือ 67% นับจากจุดต่ำสุดของตลาดเมื่อวันที่ 30 มีนาคม ซึ่งแสดงให้เห็นว่านักลงทุนกำลังลดการถือครองสินทรัพย์เสี่ยงอย่างรวดเร็ว
แม้จะลดลง แต่ระดับปัจจุบันยังคงสูงกว่าระดับสูงสุดในช่วงเมมสต็อกเฟรนซีปี 2021 ถึง 100% ซึ่งบ่งชี้ว่าเลเวอเรจในระบบยังอยู่ในระดับสูง และอาจเป็นปัจจัยที่ทำให้ความผันผวนรุนแรงขึ้น
เฮดจ์ฟันด์ถอยทัพครั้งใหญ่
ในฝั่งเฮดจ์ฟันด์ ข้อมูลชี้ว่าพวกเขาขายหุ้นเทคโนโลยีทั่วโลกมากที่สุดในรอบ 3 วันนับตั้งแต่ปี 2016 และมีการลดปริมาณการถือหุ้นรวมมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2022 โดยแรงขายกระจายไปทั่วทุกภาคส่วน การขายครั้งใหญ่ส่วนใหญ่มาจากการชอร์ตคัฟเวอร์ (Short Covering) ในผลิตภัณฑ์แมโคร เช่น ฟิวเจอร์สดัชนีและ ETF ขณะที่หุ้นรายตัวมียอดขายสูงสุดเป็นอันดับ 5 ในรอบ 5 ปี
ภูมิภาคที่มียอดขายมากที่สุดคืออเมริกาเหนือ รองลงมาคือยุโรป สะท้อนว่าเฮดจ์ฟันด์กำลังลดความเสี่ยงและเคลื่อนไปอยู่ข้างสนามอย่างจริงจัง
มุมมองต่อนักลงทุนไทย
สำหรับนักลงทุนไทยที่ติดตามตลาดสหรัฐฯ ข้อมูลนี้เป็นสัญญาณเตือนถึงความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นในระยะสั้น การลดเลเวอเรจของ ETF และการขายของเฮดจ์ฟันด์อาจกดดันตลาดหุ้นเทคโนโลยีและดัชนีหลักๆ ได้ อย่างไรก็ตาม การเคลื่อนไหวเช่นนี้เป็นส่วนหนึ่งของวัฏจักรตลาด และอาจเปิดโอกาสสำหรับการเข้าซื้อในราคาที่ต่ำลงสำหรับนักลงทุนระยะยาว
สิ่งที่ต้องติดตามต่อไปคือทิศทางการขายของเฮดจ์ฟันด์ว่าจะต่อเนื่องหรือไม่ รวมถึงการปรับตัวของตลาด ETF หากเลเวอเรจยังคงลดลง อาจเห็นแรงกดดันต่อตลาดเพิ่มเติม แต่หากการขายเริ่มชะลอตัว ตลาดอาจฟื้นตัวได้เร็ว
บทสรุป
การลดเลเวอเรจใน ETF และการเทขายของเฮดจ์ฟันด์เป็นสัญญาณเดียวกัน นั่นคือ นักลงทุนสถาบันกำลังลดความเสี่ยงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งอาจนำไปสู่ความผันผวนที่สูงขึ้นในระยะสั้น นักลงทุนควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและบริหารความเสี่ยงในพอร์ตของตนให้เหมาะสม
เรียบเรียงอัตโนมัติจากหลายโพสต์: @KobeissiLetter, @KobeissiLetter — ความเห็นประกอบ ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน
Commentary, not investment advice.