← All insightsETF รับเงินไหลเข้า 1.2 ล้านล้านดอลลาร์ หุ้น passive ทำสถิติใหม่

Stocks · แปลอัตโนมัติ

ETF รับเงินไหลเข้า 1.2 ล้านล้านดอลลาร์ หุ้น passive ทำสถิติใหม่

ETF ในสหรัฐรับเงินไหลเข้า 1.2 ล้านล้านดอลลาร์ YTD สูงสุดเป็นประวัติการณ์ กองทุน passive ดึงดูด 2.5 แสนล้านดอลลาร์ใน 4 สัปดาห์ ขณะที่กองทุน active ไหลออก 5 หมื่นล้านดอลลาร์

กระแสเงินลงทุนในกองทุนรวมหุ้นทั่วโลกกำลังเปลี่ยนโฉมอย่างมีนัยสำคัญ ข้อมูลจาก Kobeissi Letter ระบุว่า กองทุน passive (กองทุนที่ลงทุนตามดัชนี) ในตลาดพัฒนาแล้วและตลาดเกิดใหม่ ดึงดูดเงินไหลเข้าสุทธิสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ +250,000 ล้านดอลลาร์ในช่วง 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่กองทุน active (กองทุนที่ผู้จัดการคัดเลือกหุ้น) มีเงินไหลออก -50,000 ล้านดอลลาร์ในเวลาเดียวกัน ทำให้ยอดรวม 4 สัปดาห์ของทั้งสองประเภทอยู่ที่ +200,000 ล้านดอลลาร์ สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ทุบสถิติเดิมที่ +165,000 ล้านดอลลาร์ในต้นปี 2021 และเงินไหลเข้ากองทุน passive เพิ่มขึ้นกว่า 4 เท่าตั้งแต่กลางปี 2025

ETF ทำสถิติใหม่

ในฝั่งสหรัฐ ETF (กองทุนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์) ที่จดทะเบียนในตลาดสหรัฐมีเงินไหลเข้าสะสมตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน (YTD) แตะ +1.2 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์สำหรับช่วงเวลาเดียวกันของปี และสูงเป็นสองเท่าของช่วงเดียวกันในปี 2025 ตัวเลขนี้ยังแซงหน้ายอดรวมทั้งปีของทุกปีในอดีต ยกเว้นปี 2025 ที่มีเงินไหลเข้า +1.5 ล้านล้านดอลลาร์ หากรักษาอัตราเช่นนี้ต่อไป ETF ในสหรัฐมีแนวโน้มทำยอดเงินไหลเข้าทั้งปีเกิน +2.1 ล้านล้านดอลลาร์เป็นครั้งแรก ซึ่งสูงกว่าสถิติสูงสุดเดิมของปีที่แล้วประมาณ 50%

กองทุนเซมิคอนดักเตอร์ร้อนแรง

ความต้องการ ETF กำลังเร่งตัวขึ้นอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน โดยเฉพาะในกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ (ชิป) ซึ่ง ETF หลักสองตัวคือ $SMH (VanEck Semiconductor ETF) และ $SOXX (iShares Semiconductor ETF) มีเงินไหลเข้ารวม +13,000 ล้านดอลลาร์ในเดือนกรกฎาคม ซึ่งเป็นยอดรายเดือนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ สะท้อนว่านักลงทุนยังคงให้ความสนใจหุ้นเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์เป็นพิเศษ ท่ามกลางกระแส AI และการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานชิป

มุมมองต่อตลาด

ข้อมูลนี้ชี้ให้เห็นว่าเงินลงทุนกำลังไหลเข้าสู่กองทุน passive มากขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่กองทุน active กำลังเผชิญแรงเทขาย ซึ่งอาจส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของตลาดในระยะสั้น เนื่องจากกองทุน passive มักลงทุนตามน้ำหนักในดัชนี ทำให้หุ้นขนาดใหญ่มีแนวโน้มได้รับเงินไหลเข้ามากกว่า ขณะที่กองทุน active ที่มีเงินไหลออกอาจต้องขายหุ้นบางส่วนเพื่อรักษาสภาพคล่อง นักลงทุนควรติดตามว่าแนวโน้มนี้จะส่งผลต่อการกระจายตัวของผลตอบแทน (dispersion) ระหว่างหุ้นนำและหุ้นตามหลังอย่างไร รวมถึงจับตาทิศทางเงินไหลเข้า ETF เซมิคอนดักเตอร์ซึ่งเป็นตัวชี้วัดความเชื่อมั่นในกลุ่มเทคโนโลยี

หุ้นที่เกี่ยวข้อง

เรียบเรียงอัตโนมัติจากหลายโพสต์: @KobeissiLetter, @KobeissiLetter — ความเห็นประกอบ ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน