← All insightsNVDA, MU, TSLA ครองปริมาณซื้อขายหุ้นสหรัฐ 16.4%

Stocks · Multi-stock · แปลอัตโนมัติ

NVDA, MU, TSLA ครองปริมาณซื้อขายหุ้นสหรัฐ 16.4%

หุ้น 10 ตัวมีสัดส่วนปริมาณซื้อขายรวม 16.4% ของตลาดสหรัฐ นำโดย NVDA 3.0%, MU 2.8%, TSLA 2.1% แต่สภาพคล่องบางตัวแย่กว่าค่าเฉลี่ย S&P 500

หุ้นเพียงไม่กี่ตัวกำลังครองปริมาณการซื้อขายในตลาดหุ้นสหรัฐ โดยข้อมูลจาก Kobeissi Letter ระบุว่า Nvidia (NVDA) เป็นหุ้นที่มีการซื้อขายมากที่สุดในตลาดสหรัฐ คิดเป็น 3.0% ของมูลค่าการซื้อขายรวมทั้งตลาด (notional volume) นับตั้งแต่ต้นปี ตามด้วย Micron (MU) ที่ 2.8%, Tesla (TSLA) ที่ 2.1% และ SanDisk (SNDK) ที่ 1.5%

หุ้น 10 อันดับแรกครองปริมาณซื้อขาย 16.4%

หุ้น 10 ตัวที่มีการซื้อขายมากที่สุดมีสัดส่วนเฉลี่ย 16.4% ของมูลค่าการซื้อขายรวมทั้งตลาดในช่วงเดียวกัน ซึ่งสะท้อนว่าการซื้อขายกระจุกตัวอยู่ในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์เป็นหลัก ขณะที่หุ้นส่วนใหญ่ในตลาดมีปริมาณการซื้อขายน้อยกว่ามาก

สภาพคล่องที่แย่กว่าค่าเฉลี่ยแม้มีวอลุ่มสูง

ที่น่าสนใจคือ หุ้นบางตัวที่มีปริมาณการซื้อขายสูงกลับมีสภาพคล่อง (liquidity) แย่กว่าค่าเฉลี่ยของหุ้นใน S&P 500 โดย SanDisk มีค่าเฉลี่ย bid-ask spread (ส่วนต่างราคาเสนอซื้อ-เสนอขาย) อยู่ที่ 12.4 basis points ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของ S&P 500 ที่ 5.9 basis points มากกว่าสองเท่า ขณะที่ Tesla, Microsoft (MSFT) และ Alphabet (GOOGL) ก็มีขนาดคำสั่งซื้อขายเฉลี่ยที่ระดับ best bid/offer เล็กกว่าค่าเฉลี่ยของ S&P 500 เช่นกัน สะท้อนว่าสภาพคล่องในระดับรายคำสั่งอาจบางเบากว่าที่ตัวเลขปริมาณการซื้อขายโดยรวมบ่งชี้

นัยต่อนักลงทุน

การกระจุกตัวของปริมาณการซื้อขายในหุ้นไม่กี่ตัวอาจเพิ่มความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง (liquidity risk) สำหรับนักลงทุนที่ต้องการซื้อขายในขนาดใหญ่ โดยเฉพาะในหุ้นที่มี spread กว้างและขนาดคำสั่งเล็ก นักลงทุนควรติดตามสภาพคล่องรายหุ้นอย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจส่งผลต่อต้นทุนการซื้อขายและความสามารถในการเข้า-ออกสถานะ

หุ้นที่เกี่ยวข้อง

เรียบเรียง/แปลอัตโนมัติจากโพสต์ของ @KobeissiLetter — ความเห็นประกอบ ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน