← All insightsจีนชะลอตัว: ราคาบ้านร่วงต่อเนื่อง วิกฤตอสังหาฯ ยืดเยื้อ

Macro · แปลอัตโนมัติ

จีนชะลอตัว: ราคาบ้านร่วงต่อเนื่อง วิกฤตอสังหาฯ ยืดเยื้อ

เศรษฐกิจจีนชะลอตัวทั่วทุกภาคส่วน ยอดค้าปลีกโตต่ำสุด 18 เดือน ราคาบ้านใหม่ 70 เมืองลดลงต่อเนื่อง วิกฤตอสังหาฯ ยืดเยื้อ ส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นและสินทรัพย์เสี่ยง

เศรษฐกิจจีนกำลังเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน ข้อมูลล่าสุดจาก Kobeissi Letter ชี้ให้เห็นว่าการชะลอตัวกำลังขยายวงกว้างในทุกภาคส่วนหลัก ตั้งแต่ภาคการผลิต การบริโภค ไปจนถึงตลาดอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นปัจจัยที่นักลงทุนทั่วโลกต้องจับตาเป็นพิเศษ

ภาพรวมเศรษฐกิจจีน: การชะลอตัวที่กระจายตัว

ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม (industrial production) เดือนกรกฎาคมขยายตัว +4.5% เมื่อเทียบรายปี แต่ชะลอตัวลงเป็นครั้งแรกในรอบ 3 เดือน ขณะที่ยอดค้าปลีก (retail sales) ขยายตัวเพียง +0.6% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดเป็นอันดับ 3 ในรอบอย่างน้อย 18 เดือน โดยเฉพาะยอดขายรถยนต์นั่งส่วนบุคคลซึ่งเป็นองค์ประกอบใหญ่สุดของการค้าปลีก ร่วงลงถึง -21.0% เมื่อเทียบรายปี สะท้อนกำลังซื้อที่อ่อนแอลงอย่างมีนัยสำคัญ

วิกฤตอสังหาริมทรัพย์: ราคาบ้านลดลงต่อเนื่อง

ราคาบ้านใหม่ใน 70 เมืองของจีนลดลง -3.20% เมื่อเทียบรายปีในเดือนกรกฎาคม ต่อเนื่องจาก -3.30% ในเดือนมิถุนายน และมีเพียง 17 เมืองเท่านั้นที่ราคาปรับขึ้น โดยเมืองระดับ tier-1 ทรงตัว ขณะที่ tier-2 และ tier-3 ลดลง -0.10% และ -0.30% เมื่อเทียบรายเดือน ตามลำดับ ราคาบ้านมือสองก็ลดลง -0.29% เมื่อเทียบรายเดือน ต่อเนื่องจากการลดลง -0.32% ในเดือนก่อนหน้า ราคาบ้านในจีนลดลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่กลางปี 2023

การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (real estate investment) ในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2026 ร่วงลง -19.2% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นการลดลงมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่การลงทุนในสินทรัพย์ถาวร (fixed-asset investment) ลดลง -6.7% ในช่วงเวลาเดียวกัน แย่ลงจากการลดลง -5.7% ในครึ่งปีแรก

ผลกระทบต่อตลาดการเงินและมุมมองนักลงทุน

การชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อตลาดหุ้นเอเชียและสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก โดยเฉพาะกลุ่มที่พึ่งพาอุปสงค์จากจีน เช่น สินค้าโภคภัณฑ์และการท่องเที่ยว นักลงทุนควรติดตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมจากทางการจีน รวมถึงข้อมูลเศรษฐกิจจีนในเดือนต่อ ๆ ไป เพื่อประเมินทิศทางของตลาด

สิ่งที่น่าจับตา

ประเด็นที่ต้องติดตามคือ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของจีนจะเพียงพอที่จะพยุงการเติบโตหรือไม่ รวมถึงสัญญาณการฟื้นตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นปัจจัยกำหนดความเชื่อมั่นของภาคครัวเรือนและการลงทุน หากวิกฤตยังยืดเยื้อ อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกในวงกว้าง เนื่องจากจีนเป็นประเทศเศรษฐกิจใหญ่อันดับสองของโลก

เรียบเรียงอัตโนมัติจากหลายโพสต์: @KobeissiLetter, @KobeissiLetter — ความเห็นประกอบ ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน