
Macro · แปลอัตโนมัติ
คนอเมริกันวัย 40-59 คิดเป็น 49.9% ของการล้มละลายผู้บริโภคใหม่ สูงสุดในรอบ 8 ปี
ข้อมูลล่าสุดชี้กลุ่มวัย 40-59 คิดเป็น 49.9% ของการล้มละลายผู้บริโภคใหม่ในสหรัฐฯ สูงสุดนับตั้งแต่ Q1 2017 สะท้อนแรงกดดันหนี้ครัวเรือน
ข้อมูลล่าสุดจาก @KobeissiLetter ระบุว่าผู้บริโภคสหรัฐฯ วัย 40-49 ปี คิดเป็น 26.8% ของการล้มละลายผู้บริโภคใหม่ (new consumer bankruptcies) ซึ่งเป็นสัดส่วนสูงสุดนับตั้งแต่ไตรมาส 3 ปี 2015 และสูงที่สุดในทุกกลุ่มอายุ ขณะที่กลุ่มวัย 50-59 ปีคิดเป็น 23.1% ทำให้สัดส่วนรวมของคนวัย 40-59 ปีอยู่ที่ 49.9% สูงสุดนับตั้งแต่ไตรมาส 1 ปี 2017
ตัวเลขเทียบกับอดีต
ตัวเลข 49.9% นี้ยังต่ำกว่าจุดสูงสุดที่ 54.3% ซึ่งเคยเกิดขึ้นในไตรมาส 4 ปี 2011 หลังวิกฤตการเงินปี 2008 แต่การที่สัดส่วนกลับมาใกล้ระดับนั้นอีกครั้งสะท้อนว่าแรงกดดันทางการเงินกำลังกระจุกตัวในกลุ่มวัยกลางคนมากขึ้น
นอกจากนี้ กลุ่มอายุ 70 ปีขึ้นไปคิดเป็น 21.5% ของการล้มละลายผู้บริโภคใหม่ทั้งหมด สูงสุดนับตั้งแต่ไตรมาส 2 ปี 2017 ขณะที่กลุ่มวัย 18-29 ปีคิดเป็นเพียง 5.9% ต่ำสุดนับตั้งแต่ไตรมาส 2 ปี 2014
ทำไมเรื่องนี้สำคัญ
การที่กลุ่มวัยกลางคนและวัยสูงอายุมีสัดส่วนการล้มละลายเพิ่มขึ้น สะท้อนว่าภาระหนี้ครัวเรือน (household debt) กำลังกดดันกลุ่มที่มีรายได้ประจำและมักถือสินเชื่อบ้าน สินเชื่อรถ และบัตรเครดิตมากกว่าวัยหนุ่มสาว การเปลี่ยนแปลงนี้เป็นสัญญาณที่นักลงทุนจับตา เพราะพฤติกรรมการผิดนัดชำระหนี้ของผู้บริโภคเชื่อมโยงกับแนวโน้มการใช้จ่าย การเติบโตทางเศรษฐกิจ และทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)
สิ่งที่ต้องจับตา
ประเด็นที่ต้องติดตามคือสัดส่วนนี้จะปรับตัวต่ออย่างไรในไตรมาสถัดไป และจะสะท้อนออกมาในข้อมูลเศรษฐกิจมหภาคด้านใด เช่น ตัวเลขการผิดนัดชำระหนี้สินเชื่อผู้บริโภคหรือการใช้จ่ายภาคครัวเรือนหรือไม่ ตัวเลขดังกล่าวเป็นเพียงภาพ ณ จุดหนึ่งของเวลา ไม่ได้ชี้ทิศทางตลาดโดยตรง แต่เป็นข้อมูลประกอบการประเมินความเสี่ยงของเศรษฐกิจสหรัฐฯ
เรียบเรียง/แปลอัตโนมัติจากโพสต์ของ @KobeissiLetter — ความเห็นประกอบ ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน
Commentary, not investment advice.