← All insightsกำไรบริษัทสหรัฐฯ โตแซงโลก 2.6 เท่า นับตั้งแต่ปี 1990

Macro · แปลอัตโนมัติ

กำไรบริษัทสหรัฐฯ โตแซงโลก 2.6 เท่า นับตั้งแต่ปี 1990

กำไรบริษัทสหรัฐฯ เติบโตเกือบ +1,300% ตั้งแต่ปี 1990 ขณะที่บริษัทนอกสหรัฐฯ โตเพียง +500% ช่องว่างกำไรกว้างสุดเป็นประวัติการณ์ สะท้อนความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจสหรัฐฯ

ช่องว่างการเติบโตของกำไรบริษัทสหรัฐฯ กับบริษัทในส่วนอื่นของโลกกว้างที่สุดเป็นประวัติการณ์ โดยกำไรของบริษัทสหรัฐฯ เติบโตเกือบ +1,300% นับตั้งแต่ปี 1990 เทียบกับบริษัททั่วโลกที่ไม่รวมสหรัฐฯ ซึ่งเติบโตเพียง +500% ในช่วงเวลาเดียวกัน หรือคิดเป็นการเติบโตมากกว่าถึง 2.6 เท่า

ตัวเลขบอกอะไร

ส่วนต่างที่กว้างขนาดนี้สะท้อนว่ากำไรของบริษัทสหรัฐฯ ไล่ระดับขึ้นต่อเนื่องตลอดสามทศวรรษ ในขณะที่กำไรของบริษัทนอกสหรัฐฯ แทบไม่ขยับระหว่างปี 2008 ถึง 2025 กล่าวคือ โลกนอกสหรัฐฯ ผ่านทั้งวิกฤตการเงินโลก ยุคดอกเบี้ยต่ำ และการฟื้นตัวหลังโควิด โดยที่กำไรโดยรวมยังย่ำอยู่กับที่

ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ

กำไรคือรากฐานของการประเมินมูลค่า (valuation) ของหุ้น เมื่อกำไรของบริษัทสหรัฐฯ ทิ้งห่างขนาดนี้ จึงอธิบายได้ว่าทำไมนักลงทุนทั่วโลกยังให้น้ำหนักกับตลาดหุ้นสหรัฐฯ มากกว่าตลาดอื่น และทำไมกระแสเงินลงทุนจึงไหลไปกระจุกตัวในหุ้นสหรัฐฯ ต่อเนื่อง

มุมนี้ยังเชื่อมโยงกับธีมตลาดหุ้นสหรัฐที่ขับเคลื่อนด้วยหุ้นเทคโนโลยีและหุ้น AI ซึ่งเป็นกลุ่มที่ทำกำไรได้แข็งแกร่งที่สุด และเป็นเหตุผลที่หลายพอร์ตยังคงให้น้ำหนักกับหุ้นสหรัฐฯ แม้การประเมินมูลค่าจะตึงตัวกว่าตลาดอื่นก็ตาม

สิ่งที่ต้องจับตา

ประเด็นที่ต้องติดตามคือช่องว่างนี้จะแคบลงหรือไม่ หากกำไรของบริษัทนอกสหรัฐฯ เริ่มฟื้นตัว หรือหากกำไรของบริษัทสหรัฐฯ ชะลอลงจากฐานที่สูงมากแล้ว การกระจายตัวของผลตอบแทน (dispersion) ระหว่างตลาดอาจเปลี่ยนไป ซึ่งจะกระทบการตัดสินใจเรื่องการหมุนของกลุ่มอุตสาหกรรม (sector rotation) และการปรับสมดุลพอร์ต (rebalancing) ของนักลงทุนสถาบัน

ทั้งหมดนี้ไม่ใช่สัญญาณให้ไล่ซื้อหรือขาย แต่เป็นข้อมูลพื้นฐานที่ช่วยให้ประเมินได้ว่าความได้เปรียบด้านกำไรของบริษัทสหรัฐฯ ที่สะสมมานานหลายทศวรรษ ยังเป็นปัจจัยหนุนที่ตลาดให้น้ำหนักอยู่หรือไม่

เรียบเรียง/แปลอัตโนมัติจากโพสต์ของ @KobeissiLetter — ความเห็นประกอบ ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน