
Macro · แปลอัตโนมัติ
ส่งออกจีน-เกาหลีใต้พุ่งรับดีมานด์ AI ชิปนำทัพ เซมิคอนดักเตอร์
ส่งออกจีน ส.ค. โต 25% และเกาหลีใต้ 20 วันแรก ก.ย. พุ่ง 78.3% จากดีมานด์ AI ชิปเซมิคอนดักเตอร์นำทัพ ส่งออกชิปเกาหลีโต 259%
ข้อมูลการค้าล่าสุดจากสองประเทศผู้ส่งออกเทคโนโลยีรายใหญ่ของเอเชียชี้ทิศทางเดียวกันว่า ดีมานด์ AI กำลังกลายเป็นเครื่องยนต์หลักที่ขับเคลื่อนการส่งออก โดยจีนรายงานการส่งออกเดือนสิงหาคมเพิ่มขึ้น +25% เมื่อเทียบปีต่อปี ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นอันดับ 3 ในรอบอย่างน้อย 2 ปี ขณะที่เกาหลีใต้เปิดเผยตัวเลข 20 วันแรกของเดือนกันยายนที่เติบโต +78.3% เมื่อเทียบปีต่อปี สูงสุดเป็นประวัติการณ์
จีน: ดุลการค้าพุ่ง สินค้าไฮเทคเกินครึ่งของการเติบโต
ฝั่งจีน การนำเข้าเพิ่มขึ้น +28% ส่งผลให้ดุลการค้ารายเดือนอยู่ที่ +119 พันล้านดอลลาร์ และดุลการค้าสะสมตั้งแต่ต้นปีแตะ +806 พันล้านดอลลาร์ วางแนวโน้มว่าจะทำสถิติรายปีใหม่ ต่อจากระดับ 1.2 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2025
จุดที่ต้องจับตาคือ สินค้าไฮเทคมีสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งของการเติบโตของการส่งออกในเดือนนั้น โดยการส่งออกชิปวงจรรวม (Integrated Circuit) พุ่ง +130% เมื่อเทียบปีต่อปี และการส่งออกสินค้าไฮเทคโดยรวมกระโดด +57% สะท้อนว่าการส่งออกของจีนพึ่งพาห่วงโซ่ AI มากขึ้นเรื่อย ๆ
เกาหลีใต้: เซมิคอนดักเตอร์คือหัวใจ
ฝั่งเกาหลีใต้ มูลค่าการส่งออกใน 20 วันแรกของกันยายนแตะ 7.14 หมื่นล้านดอลลาร์ สูงสุดเป็นประวัติการณ์ และเป็นการเติบโตอย่างน้อย +50% ติดต่อกันเป็นเดือนที่ 5 โดยเมื่อปรับผลของจำนวนวันทำการ การส่งออกเพิ่มขึ้น +89.8% ต่อจาก +61.5% ในช่วงเดียวกันของเดือนสิงหาคม
ตัวขับเคลื่อนหลักคือเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งพุ่ง +259.4% เมื่อเทียบปีต่อปี แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 3.41 หมื่นล้านดอลลาร์ ขณะที่การส่งออกไปสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น +118.0% และไปจีนเพิ่มขึ้น +113.8%
ภาพรวมที่เชื่อมโยงกัน
ตัวเลขของทั้งสองประเทศชี้ไปทางเดียวกันว่า วัฏจักรการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI กำลังไหลผ่านการค้าสินค้าเทคโนโลยี ไม่ใช่แค่ในราคาหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ แต่สะท้อนในปริมาณการส่งออกจริงของชิปและสินค้าไฮเทค
การที่เกาหลีใต้ส่งออกไปทั้งสหรัฐฯ และจีนเติบโตแรงพร้อมกัน บ่งชี้ว่าดีมานด์กระจายอยู่ทั้งสองปลายของห่วงโซ่ ขณะที่จีนเองก็เป็นทั้งผู้ส่งออกชิปและสินค้าไฮเทค และเป็นปลายทางของการส่งออกชิปจากเกาหลีใต้
ประเด็นที่ต้องติดตาม
สิ่งที่ตลาดมักจับตาต่อจากนี้คือ ตัวเลขดังกล่าวจะยั่งยืนได้นานแค่ไหน เพราะการเติบโตระดับนี้เทียบกับฐานที่ต่ำในปีก่อนอาจทำให้อัตราการเติบโตดูสูงเกินจริงเมื่อฐานปรับขึ้น รวมถึงทิศทางคำสั่งซื้อจากลูกค้ารายใหญ่และผลของมาตรการการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน ที่อาจกระทบเส้นทางการส่งออกในระยะถัดไป
สำหรับนักลงทุนไทย ตัวเลขการค้าเหล่านี้อาจเป็นข้อมูลประกอบการมองกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์และห่วงโซ่ AI ในตลาดหุ้นสหรัฐและเอเชีย มากกว่าจะเป็นการชี้ทิศทางราคาระยะสั้น
เรียบเรียงอัตโนมัติจากหลายโพสต์: @KobeissiLetter, @KobeissiLetter — ความเห็นประกอบ ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน
Commentary, not investment advice.